วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ภาพก้อนหิน Spioenkop Rock








ภาพก้อนหิน Spioenkop Rock จากพิพิธภัณฑ์ Anfield สันนิษฐานว่าน่าจะเก็บมาจากเนินเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นสนามรบที่ทหารชาวลิเวอร์พูลเสียชีวิตจำนวนมาก สมัยก่อนสนาม Anfield มีด้านหนึ่งที่เป็นเนิน เขาจึงตั้งชื่ออัฒจันทร์ด้านนั้นว่า The Kop เพื่อเป็นเกียรติ กองเชียร์ฝั่งด้านนี้ก็จะเรียกตัวเองว่า Kopistes

เครดิตภาพ GeoThai.net
ภาพก้อนหิน Spioenkop Rock จากพิพิธภัณฑ์ Anfield สันนิษฐานว่าน่าจะเก็บมาจากเนินเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นสนามรบที่ทหารชาวลิเวอร์พูลเสียชีวิตจำนวนมาก สมัยก่อนสนาม Anfield มีด้านหนึ่งที่เป็นเนิน เขาจึงตั้งชื่ออัฒจันทร์ด้านนั้นว่า The Kop เพื่อเป็นเกียรติ กองเชียร์ฝั่งด้านนี้ก็จะเรียกตัวเองว่า Kopistes

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

เกาะโอกะชิมะ














เกาะโอกะชิมะ (Aogashima) ประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในทะเลฟิลิปปินส์ ห่างจากกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นไปทางทิศใต้ ประมาณ 358 กิโลเมตร 

เกาะโอกะซิมะเป็นเกาะที่เกิดภูเขาไฟยุคควอเทอร์นารี (อายุ <2.6 ล้านปี) มีความยาว 3.5 กิโลเมตร และกว้าง 2.5 กิโลเมตร เกิดขึ้นจากการปะทุใต้ทะเลอย่างน้อย 4 ครั้ง ขอบภูเขาไฟเป็นพื้นที่ชันแสดงชั้นหินภูเขาไฟ จัดว่าเป็นภูเขาไฟมีพลัง เคยปะทุล่าสุดเมื่อปีพ.ศ.2324-2328 


เกาะภูเขาไฟโอกะชิมะ มีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายๆ หลุมอุกกาบาตและมีปากปล่องภูเขาอยู่ตรงกลางแอ่ง พื้นที่โดยรอบนั้นประกอบไปด้วยท่าเรือขนาดเล็กที่สามารถรองรับเรือขนาดเล็กเท่านั้น รวมไปถึง ชุมชนเล็กๆ ที่กระจัดกระจายไปรอบๆเกาะ โดยบนเกาะมีที่ทำการไปรษณีย์หนึ่งแห่งและโรงเรียนอีกหนึ่งแห่ง มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 205 คน (ปี 2552)

สำหรับเศรษฐกิจหลักๆของเกาะโอกะชิมะนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นการเกษตร การประมง รวมไปถึงการตกปลา ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวนั้นถือว่าเป็นส่วนน้อยเพราะมัก เป็นไปตามฤดูกาลท่องเที่ยวเท่านั้น

คลิปประกอบ http://youtu.be/1Q9Hhbz93GM
ภาพท่องเที่ยวบนเกาะ http://www.flickr.com/photos/izuyan/sets/72157626606763266/

ตำแหน่ง http://goo.gl/maps/L596S

Photograph via frimminjimbits.blogspot.co.uk

































































อ้างอิงโดย:
http://www.facebook.com/GeoThai


วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

หินเชิร์ต (Cherts)






รูปภาพ : หินตะกอน วันนี้แนะนำ... หินเชิร์ต (Cherts)
หินชั้นเนื้อแน่น แข็ง เหนว ผิวด้านถึงวาวเกือบคล้ายแก้ว มีรอยแตกแบบก้นหอยหรือคล้ายเสี้ยนไม้ มักเป็นผลึกซ่อนรูปหรือจุดผลึก โดยมีควอตซ์ประสานกันอยู่ อาจมีซิลิกาอสัณฐาน(โอพอล)ปนอยู่ด้วย
บ้างครั้งมีสารมลทิน เช่น แคลไซต์ เหล็กออกไซด์ และซากสิ่งมีชีวิตอยู่ด้วย (เช่น radiolaria) มีสีต่างๆ ถ้าสีเข้มเรียกว่า หินเหล็กไฟ (flint) สีแดงเรียกว่าแจสเพอร์ (jasper) สีแดงคล้ายดินเผาเรียกว่า หินพอร์เซลลาไนต์ (porcellanite)
(พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2544) 
ข้อมูลเพิ่มเติม http://th.wikipedia.org/wiki/หินเชิร์ต

การแปรสภาพ
ชั้นหินเชิร์ตจากภาพ ถูกแรงบีบอัด ทำให้เกิดการคดโค้งของชั้นหินจากเดิมซึ่งวางตัวเป็นระนาบ การคดโค้งจากภาพเรียกว่า Recumbent Chevron Folds โดยมีระนาบแกนชั้นหินคดโค้งวางตัวเกือบขนานกับพื้น

ซากดึกดำบรรพ์
เมื่อนำหินจากภาพมา สกัดด้วยกรดกัดแก้ว และศึกษาภายใต้กล้องจุลทัศน์ จะพบซากบรรพชีวินขนาดเล็กที่เรียกว่า เรดิโอลาเรีย (Radiolaria) สายพันธ์ต่างๆกระจายตัวอยู่ ซึ่งสามารถนำมาศึกษาโครงสร้าง และเทียบเคียง บ่งบอกอายุทางธรณีวิทยาได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/book/book.php?book=22&chap=8&page=t22-8-infodetail03.html
http://www.radiolaria.org/what_are_radiolarians.htm
http://www.em-consulte.com/en/article/162717

ภาพประกอบจาก ประเทศกรีซ โดย GeoThai.net









หินตะกอน วันนี้แนะนำ... หินเชิร์ต (Cherts)
หินชั้นเนื้อแน่น แข็ง เหนว ผิวด้านถึงวาวเกือบคล้ายแก้ว มีรอยแตกแบบก้นหอยหรือคล้ายเสี้ยนไม้ มักเป็นผลึกซ่อนรูปหรือจุดผลึก โดยมีควอตซ์ประสานกันอยู่ อาจมีซิลิกาอสัณฐาน(โอพอล)ปนอยู่ด้วย
บ้างครั้งมีสารม
ลทิน เช่น แคลไซต์ เหล็กออกไซด์ และซากสิ่งมีชีวิตอยู่ด้วย (เช่น radiolaria) มีสีต่างๆ ถ้าสีเข้มเรียกว่า หินเหล็กไฟ (flint) สีแดงเรียกว่าแจสเพอร์ (jasper) สีแดงคล้ายดินเผาเรียกว่า หินพอร์เซลลาไนต์ (porcellanite)
(พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2544)
ข้อมูลเพิ่มเติม http://th.wikipedia.org/wiki/หินเชิร์ต

การแปรสภาพ
ชั้นหินเชิร์ตจากภาพ ถูกแรงบีบอัด ทำให้เกิดการคดโค้งของชั้นหินจากเดิมซึ่งวางตัวเป็นระนาบ การคดโค้งจากภาพเรียกว่า Recumbent Chevron Folds โดยมีระนาบแกนชั้นหินคดโค้งวางตัวเกือบขนานกับพื้น

ซากดึกดำบรรพ์
เมื่อนำหินจากภาพมา สกัดด้วยกรดกัดแก้ว และศึกษาภายใต้กล้องจุลทัศน์ จะพบซากบรรพชีวินขนาดเล็กที่เรียกว่า เรดิโอลาเรีย (Radiolaria) สายพันธ์ต่างๆกระจายตัวอยู่ ซึ่งสามารถนำมาศึกษาโครงสร้าง และเทียบเคียง บ่งบอกอายุทางธรณีวิทยาได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/book/book.php?book=22&chap=8&page=t22-8-infodetail03.html
http://www.radiolaria.org/what_are_radiolarians.htm
http://www.em-consulte.com/en/article/162717

ภาพประกอบจาก ประเทศกรีซ โดย GeoThai.net










อ้างอิงโดย:
http://www.facebook.com/GeoThai

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ภาพดินถล่มใน La Conchiat แคลิฟอร์เนีย













ภาพดินถล่มใน La Conchiat แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2548 สร้างความเสียหายใหักับบ้านเรือนไม่น้อยกว่า 30 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 10 ราย ดินถล่มบริเวณนี้ไม่ใช่เกิดครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 2538 (สังเกตร่องรอยเก่าด้านซ้ายของรอยถล่มใหม่) ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้มีการสร้างรั้วป้องกัน แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงจากเศษหินได้ และก็คงจะไม่ใช่เหตุการณ์ดินถล่มครั้งสุดท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติม http://pubs.usgs.gov/of/2005/1067/508of05-1067.html

Photograph by Allen Krivanek



























อ้างอิงโดย:http://www.facebook.com/GeoThai

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

ยอดเขา Grose Fermed


รูปภาพ : ยอดเขา Grose Fermede ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ภูเขาหินโดโลไมต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ของยุโรป ยอดที่เห็นนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,873 เมตร

ในภาพแสดงการเอียงเทของชั้นหินไปทางด้านขวา ดูตามพื้นที่หญ้าสีเขียว มีลักษณะค่อนข้างเรียบ แต่เดิมเคยวางตัวอยู่ในแนวระดับ ก่อนที่จะถูกยกตัวและเอียงเทระหว่างการเกิดเทือกเขา ฝั่งสนามหญ้านี้มีความลาดชันน้อยกว่าสันเขาทางซ้ายมือ ซึ่งเกิดจากการถล่มของหินเนื่องจากการผุพัง

ตำแหน่ง  http://goo.gl/maps/qdNFK
คลิปเพิ่มเติม http://youtu.be/dkoE0kgAGpM

Photo credit Kevin Kunstadt via nationalgeographic.rs



ยอดเขา Grose Fermede ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ภูเขาหินโดโลไมต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ของยุโรป ยอดที่เห็นนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,873 เมตร

ในภาพแสดงการเอียงเทของชั้นหินไปทางด้านขวา ดูตามพื้นที่หญ้าสีเขียว มีลักษณะค่อนข
้างเรียบ แต่เดิมเคยวางตัวอยู่ในแนวระดับ ก่อนที่จะถูกยกตัวและเอียงเทระหว่างการเกิดเทือกเขา ฝั่งสนามหญ้านี้มีความลาดชันน้อยกว่าสันเขาทางซ้ายมือ ซึ่งเกิดจากการถล่มของหินเนื่องจากการผุพัง

ตำแหน่ง http://goo.gl/maps/qdNFK
คลิปเพิ่มเติม http://youtu.be/dkoE0kgAGpM

Photo credit Kevin Kunstadt via nationalgeographic.rs

หลุมดูรอยเลื่อน







รูปภาพ : หลุมดูรอยเลื่อนในพิพิธภัณฑ์รอยเลื่อนแผ่นดินไหว เมืองโมโตสึ ประเทศญี่ปุ่น เป็นหลุมที่ขุดตัดขวางแนวรอยเลื่อนเนโอะดาไน (Neodani fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนตามแนวระดับเลื่อนไปทางซ้าย และมีการเลื่อนในแนวดิ่งด้วย

รอยเลื่อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบรอยเลื่อนโนบิ (Nobi fault system) ที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8 ในปีพ.ศ.2434 และถูกบันทึกไว้ว่าเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นบนบกในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 7,000 คน

สังเกตรอยเลื่อนมีการเลื่อนขาดออกจากกันในแนวดิ่ง 6 เมตร โดยฝั่งหินสีดำด้านขวามีการเลื่อนขึ้นเมื่อเทียบกับฝั่งด้านซ้าย ชุดหินสีดำเป็นหินตะกอนและหินบะซอลต์ยุคจูแรสซิกถึงครีเทเชียส ถูกปิดทับด้วยหินกรวดมนของสมัยโฮโลซีน รอยเลื่อนได้ตัดผ่านชุดหินทั้งสองและทำให้ก้อนกรวดที่วางตัวในแนวราบมีการเรียงตัวในแนวดิ่งตรงแนวรอยเลื่อนพอดี

ข้อมูลเพิ่มเติม 
แผ่นดินไหวโนบิ http://en.wikipedia.org/wiki/1891_Mino-Owari_earthquake
ภาพพิพิธภัณฑ์ http://www.glgarcs.net/topics/neodani.html

ฟรี โปสเตอร์กราฟิกรอยเลื่อนตามแนวระดับ http://flic.kr/p/bZDSMJ

Photo credit glgarcs.net







หลุมดูรอยเลื่อนในพิพิธภัณฑ์รอยเลื่อนแผ่นดินไหว เมืองโมโตสึ ประเทศญี่ปุ่น เป็นหลุมที่ขุดตัดขวางแนวรอยเลื่อนเนโอะดาไน (Neodani fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนตามแนวระดับเลื่อนไปทางซ้าย และมีการเลื่อนในแนวดิ่งด้วย

รอยเลื่อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบรอย
เลื่อนโนบิ (Nobi fault system) ที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8 ในปีพ.ศ.2434 และถูกบันทึกไว้ว่าเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นบนบกในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 7,000 คน

สังเกตรอยเลื่อนมีการเลื่อนขาดออกจากกันในแนวดิ่ง 6 เมตร โดยฝั่งหินสีดำด้านขวามีการเลื่อนขึ้นเมื่อเทียบกับฝั่งด้านซ้าย ชุดหินสีดำเป็นหินตะกอนและหินบะซอลต์ยุคจูแรสซิกถึงครีเทเชียส ถูกปิดทับด้วยหินกรวดมนของสมัยโฮโลซีน รอยเลื่อนได้ตัดผ่านชุดหินทั้งสองและทำให้ก้อนกรวดที่วางตัวในแนวราบมีการเรียงตัวในแนวดิ่งตรงแนวรอยเลื่อนพอดี

ข้อมูลเพิ่มเติม
แผ่นดินไหวโนบิ http://en.wikipedia.org/wiki/1891_Mino-Owari_earthquake
ภาพพิพิธภัณฑ์ http://www.glgarcs.net/topics/neodani.html

ฟรี โปสเตอร์กราฟิกรอยเลื่อนตามแนวระดับhttp://flic.kr/p/bZDSMJ

Photo credit glgarcs.net






















































































อ้างอิงโดย:
http://www.facebook.com/GeoThai

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

เขาพนมรุ้ง




รูปภาพ : เขาพนมรุ้ง (ภูเขาสีแดงตรงกลางภาพ) จ.บุรีรัมย์ เป็นภูเขาลูกโดด บริเวณโดยรอบเป็นทุ่งนา สัณฐานภูเขาเมื่อมองจากท่ีราบคล้ายกับกรวยคว่ํา บริเวณยอดเขาเป็นท่ีตั้งของ ปราสาทหินพนมรุ้ง โบราณสถานศิลปะสมัยลพบุรี

เขาพนมรุ้ง เป็นภูเขาไฟดับแล้ว แต่ยังคงสัณฐานภูเขาไฟให้เห็น เป็นผลจากกระบวนการแปรสัณฐานยุคเทอร์เชียรี ส่งแรงดึงกระทําต่อบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จนเกิดลาวาหลากไหลขึ้นกลางแผ่นทวีป ปิดทับหินทรายและหินทรายแป้งปนกรวดของหมวดหินโคกกรวด เมื่อเย็นตัวกลายหินบะซอลต์ชนิดฮาวายไอต์สีเทาดำ มักแสดงร่องรอยการไหลของลาวา บริเวณยอดเขาพบหินตะกรัน ภูเขาไฟ (scoria) และ หินบอมบ์ภูเขาไฟหลายขนาดเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงบริเวณซึ่งเป็นปากปล่องภูเขาไฟ

ตำแหน่ง http://goo.gl/maps/fveas

ข้อมูล กรมทรัพยากรธรณี และ GeoThai.net




เขาพนมรุ้ง (ภูเขาสีแดงตรงกลางภาพ) จ.บุรีรัมย์ เป็นภูเขาลูกโดด บริเวณโดยรอบเป็นทุ่งนา สัณฐานภูเขาเมื่อมองจากท่ีราบคล้ายกับกรวยคว่ํา บริเวณยอดเขาเป็นท่ีตั้งของ ปราสาทหินพนมรุ้ง โบราณสถานศิลปะสมัยลพบุรี

เขาพนมรุ้ง เป็นภูเขาไฟดับแล้ว แต่ยังคงส
ัณฐานภูเขาไฟให้เห็น เป็นผลจากกระบวนการแปรสัณฐานยุคเทอร์เชียรี ส่งแรงดึงกระทําต่อบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จนเกิดลาวาหลากไหลขึ้นกลางแผ่นทวีป ปิดทับหินทรายและหินทรายแป้งปนกรวดของหมวดหินโคกกรวด เมื่อเย็นตัวกลายหินบะซอลต์ชนิดฮาวายไอต์สีเทาดำ มักแสดงร่องรอยการไหลของลาวา บริเวณยอดเขาพบหินตะกรัน ภูเขาไฟ (scoria) และ หินบอมบ์ภูเขาไฟหลายขนาดเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงบริเวณซึ่งเป็นปากปล่องภูเขาไฟ

ตำแหน่ง http://goo.gl/maps/fveas

ข้อมูล กรมทรัพยากรธรณี และ GeoThai.net